แนะนำ มงแซงมิเชล (Mont Saint Michel)

‘Mont Saint Michel’ คือ หนึ่งในสถานที่อันน่าสนใจและถ้าคุณได้มีโอกาสมาเยือนฝรั่งเศสแล้วห้ามพลาดเด็ดขาด โดยตั้งอยู่ห่างจากกรุง Paris 300 กิโลเมตร ‘Mont Saint Michel’ เป็นวิหารตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเล ด้วยความงดงามซึ่งมีตั้งแต่สมัยโบราณของสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศส ทำให้เมื่อนำมากับบรรยากาศสภาพแวดล้อมแล้ว มีความสวยงามและโรแมนติกเสมือนปราสาทในความฝันเลยทีเดียว

‘Mont Saint Michel’ ศิลปะเกิดมาจากการผสมผสาน

สำหรับวิหารแห่งนี้มีการออกแบบผสมผสานระหว่าง Gothic และ Romanesque มีการผสมผสานซึ่งควบรวมไปกับความเก่าแก่ เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายทางด้านประวัติศาสตร์ จนกระทั่งในปี ค.ศ.1979 ได้รับการขึ้นทะเบียนให้กลายเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ด้วยการยอมรับจากองค์การ UNESCO นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตกอีกด้วย สำหรับวิหารแห่งนี้มีความน่าสนใจมาก จนถึงขนาดเป็นสถานที่ยอดนิยมซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศฝรั่งเศส ในแต่ละปีจะมีนักเดินทางจากนานาประเทศมาเยี่ยมชมมากกว่า 3 ล้านคนเลยทีเดียว

‘Mont Saint Michel’ ความงามอยู่กลางทะเล

ในอดีตเกาะแห่งนี้มีชื่อว่า ‘Mont Tombe’ โดยตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าวิหารแห่งนี้ สร้างขึ้นจากการเข้าฝันนักบุญท่านหนึ่ง โดยเทวดามีนามว่า Michael ซึ่งมาเข้าฝันถึง 3 ครั้งเลยทีเดียวจนกว่านักบวชท่านจะเชื่อ ซึ่งในครั้งที่ 3 เทวดาได้ใช้นิ้วจิ้มไปที่ศีรษะของนักบุญ หลังตื่นขึ้นมาคราวนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะมีร่องรอยปรากฏอยู่บนศีรษะของเขาจริงๆ ทำให้เขาเริ่มก่อสร้างวิหารตามคำบอกเล่าของเทวดา

โดยหลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสวิหารที่มีความงดงามแห่งนี้ได้กลายมาเป็น สถานที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จนกระทั่งได้มีการรณรงค์ยกเลิกให้เป็นสถานที่คุมขัง อีกทั้งยังได้มีการปรับปรุงจนกลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตามลำดับในที่สุด วิหารได้รับการก่อสร้างด้วยหินแกรนิตจากโบราณ ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างในยุคกลางซึ่งมีความแข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังมีความสูงถึง 155 เมตรเลยทีเดียว บริเวณยอดของวิหารนั้นมีรูปปั้นทูตสวรรค์ปรากฏอยู่อย่างเห็นเด่นชัด ซึ่งสร้างโดยโดยประติมากรผู้มีฝีมือระดับพระกาฬนามว่า ‘mmanuel Fremiet’

ถึงแม้การเดินทางจะยากลำบาก หากแต่ก็มีผู้เดินทางมาอยู่เรื่อยๆ

สำหรับการเดินทางมายังวิหาร ‘Mont Saint Michel’ ในครั้งโบราณนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมาก โดยจะเดินทางไปมาหาสู่ได้ในช่วงน้ำลดเท่านั้น ซึ่งมีความแตกต่างจากปัจจุบันซึ่งมีการสร้างถนนอันแสนสะดวกเพื่อเชื่อมต่อไปยังตัวเกาะ ไม่ต้องรอน้ำขึ้น น้ำลงอีกต่อไป นักเดินทางสามารถจอดรถได้บนฝั่ง หลังจากนั้นก็ขึ้นรถรับส่งฟรีจากจุดจอดรถไปจนถึงบริเวณเกาะได้อย่างสบายๆ

โดยบริเวณลานจอดรถยังเป็นสถานที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีพนักงานที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีคอยให้คำแนะนำพร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการซึ่งมีความเกี่ยวกับประวัติความเป็นของ ‘Mont Saint Michel’ ห้องฉายภาพยนตร์ รวมทั้งห้องน้ำบริการ FREE สำหรับความงดงามเหล่านี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ช่วงที่ปรากฏภาพวิหารโดดเดี่ยวบนเกาะกลางทะเลเท่านั้น หากแต่ในช่วงเวลาน้ำลงก็ยังมีความสวยงามในอีกบรรยากาศ ซึ่งมีความแปลกตา อีกทั้งยังมาพร้อมกิจกรรมอันน่าสนใจในการขี่ม้าในทะเลอีกด้วย อีกทั้งยังทำได้เฉพาะช่วงนี้อีกด้วย สำหรับเกาะที่เป็นสถานที่ตั้งวิหารแห่งนี้ มีลักษณะเป็นเมืองขนาดเล็ก มีประชากรท้องถิ่นอาศัยอยู่ไม่มากเท่าไหร่นัก แต่การมาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความลำบากอะไร เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียบร้อยครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารพื้นเมือง , ร้านคาเฟ่น่ารักๆ ร้านขายของที่ระลึก และอื่นๆ อีกมากมาย