เหตุการณ์ไฟไหม้ วิหาร นอร์ท-ดาม สะเทือนใจไปถึงคนทั้งโลก

North-Dam

จากการเหตุการณ์ไฟไหม้ของ วิหาร นอร์ท-ดาม (Cathédrale Notre-Dame de Paris) กลายเป็นเรื่องเศร้าสลดเฉพาะคนฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังสะเทือนใจไปถึงคนทั้งโลก เนื่องจากวิหารแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของจิตวิญญาณคนทั้งชาติ มหาวิหารนอร์ท-ดาม ถูกตั้งชื่อตามภาษาพูดโดยนักวิชาการ และนักเรียนที่แห่กันมาตั้งแต่ในสมัยยุคกลาง ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการสำรวจวิหารนอเตรอดามที่ถูกไฟไหม้ในปารีส เพื่อชี้จุดที่อาจเป็นอันตรายภายในซากอาคาร

ตามที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มันอาจใช้เวลาหลายเดือนเพื่อวางแผนซ่อมแซมใหม่ ในขณะที่อาคารได้รับการประเมินว่ามีโครงสร้างโดยรวมที่ดี ตามภาพที่ได้ปรากฏขึ้นในอินเตอร์เน็ต แสดงให้เห็นรูขนาดใหญ่บนหลังคา เนื่องจากเพดานโบราณได้พังทลายลงมายังด้านล่างของพื้นวิหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสนาย Laurent Nunez กล่าวว่า เราได้พบ ‘ช่องโหว่หลายแห่ง’ ภายในอาคาร โดยเฉพาะบนหลังคา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทำลายจนหมด รวมถึงโครงสร้างในทางตอนเหนือของตัววิหาร

ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงบางแห่งถูกอพยพออกไป เพื่อหลีกทางให้กับเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายจากเปลวไฟ ที่ปกคลุมสถานที่สำคัญของเมือง นักผจญเพลิงกล่าวว่า พวกเขาใช้เวลานานกว่าเก้าชั่วโมง ก่อนที่ควบคุมเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้ ไม่มีใครรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากไฟเริ่มลุกไห้มในเย็นวันจันทร์ในห้องใต้หลังคา ตามที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระบุ

รัฐบาลวางแผนซ่อมแซมวิหารนอร์ท-ดาม

Emmanuel Macron ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาต้องการให้มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นใหม่ในเวลา 5 ปี ซึ่งเข้าได้พูดในงานว่า “ตลอดประวัติศาสตร์ของเรา เราได้สร้างเมือง ท่าเรือ โบสถ์ หลายสิ่งถูกไฟไหม้เนื่องจากการปฏิวัติสงคราม เนื่องจากความผิดพลาดของมนุษยชาติ และทุกครั้งเราก็สร้างขึ้นมาใหม่ เหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทำให้เรานึกถึงว่าเรื่องราวของเราไม่มีที่สิ้นสุด พวกเราสามารถเอาชนะในทุกความท้าทายที่เกิดขึ้นได้”

ในที่เกิดเหตุไฟไหม้ในคืนวันจันทร์ Macron ได้สาบานที่จะสร้างวิหารขึ้นมาใหม่ “เพราะนั่นคือสิ่งที่ชาวฝรั่งเศสคาดหวัง นั่นคือตัวตนของเรา ประวัติศาสตร์ของเรา” แต่ Frédéric Létoffé ประธานร่วมของกลุ่มบริษัทฝรั่งเศส ที่มีความเชี่ยวชาญในการฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์เตือนว่า การบูรณะโบสถ์แบบกอธิคเต็มรูปแบบอาจใช้เวลานานกว่านี้ ประมาณ 10 ถึง 15 ปี อีกทั้งสถานที่เกิดเหตุจะต้องจัดการให้มีความปลอดภัยก่อน จึงจะสามารถดำเนินการฟื้นฟูได้ต่อไป

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เริ่มมีผู้บริจาคเงินมากกว่า 700 ล้านเหรียญ จากนักธุรกิจฝรั่งเศส รวมการบริจาค 200 ล้านยูโร (226 ล้านดอลลาร์) จากครอบครัวมหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส Bernard Arnault และแบรนด์สินค้า LVMH ของเขา 112.2 ล้านยูโร ในขณะที่จำนวนเงินบริจาคยังเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสนาย Christophe Castaner กล่าวว่า อาจใช้เวลาหลายเดือนในการประเมินความเสียหาย ก่อนที่จะตีออกมาเป็นจำนวนเงินที่ต้องใช้ได้